วิธีดูทองแท้เบื้องต้น ตราร้าน เปอร์เซ็นต์ ใบรับประกัน และสัญญาณทองชุบ
ทองชุบสมัยนี้ทำได้เนียนขึ้นมาก ดูด้วยตาอย่างเดียวแยกยาก บทความนี้รวมวิธีเช็กเบื้องต้นที่ทำเองได้ ช่วยกรองของที่น่าสงสัยออกก่อน แต่เป็นแค่ด่านแรก คำตอบที่แน่นอนต้องมาจากร้านทองที่เชื่อถือได้หรือการตรวจวิเคราะห์เนื้อทอง
1. ดูตราร้านและเปอร์เซ็นต์ทองบนชิ้นงาน
ทองรูปพรรณจากร้านทองไทยมักตอกตราชื่อร้านและตัวเลขความบริสุทธิ์ เช่น 96.5 ไว้ มักอยู่บริเวณตะขอ ห่วงปลายสร้อย หรือแผ่นป้ายเล็ก ๆ ที่ติดกับชิ้นงาน ส่วนทองคำแท่งมักมีชื่อผู้ผลิต น้ำหนัก และความบริสุทธิ์ตอกไว้บนแท่ง
ใช้แว่นขยายส่องดู ตัวอักษรควรคมชัด ถ้าไม่มีตราเลยหรือตราดูผิดรูป ควรระวัง แต่ตราก็ปลอมได้ การมีตราจึงไม่ใช่ข้อพิสูจน์ ว่าเป็นทองแท้เสมอไป
2. ตรวจใบเสร็จหรือใบรับประกัน
ร้านทองที่เชื่อถือได้ควรออกใบรับประกันหรือใบเสร็จให้ทุกครั้งที่ซื้อ ข้อมูลที่ควรมีอย่างน้อยคือ
- ชื่อร้าน ที่อยู่ และช่องทางติดต่อ
- วันที่ซื้อ ชนิดสินค้า และลายหรือรายละเอียดของชิ้นงาน
- น้ำหนัก ความบริสุทธิ์ ราคาทอง และค่ากำเหน็จ
เทียบข้อมูลในใบกับชิ้นงานจริง ทั้งน้ำหนักและตราร้าน ถ้าไม่ตรงกันหรือไม่มีใบให้ ควรถามเหตุผลให้ชัด
3. ชั่งน้ำหนักบนเครื่องชั่งที่ผ่านการรับรอง
ทองหนักมากเมื่อเทียบกับขนาด ของชุบที่ไส้ในเป็นโลหะทั่วไปจึงมักเบากว่าทองแท้ขนาดเท่ากัน เครื่องชั่งที่ร้านใช้ซื้อขายต้องผ่านการตรวจรับรองตามกฎหมายชั่งตวงวัด ขอดูตัวเลขบนเครื่องได้เสมอ
ทองรูปพรรณ 96.5% น้ำหนัก 1 บาท ต้องไม่น้อยกว่า 15.16 กรัม (ดู ตารางน้ำหนักทอง) ถ้าน้ำหนักขาดไปมาก ถือเป็นสัญญาณผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ของปลอมบางชนิดใช้โลหะที่หนักใกล้เคียงทอง น้ำหนักตรงจึงยังไม่ได้แปลว่าแท้
4. สังเกตสีและรอยสึก สัญญาณของทองชุบ
ทองชุบคือการเคลือบผิวบาง ๆ ทับโลหะอื่น ใช้ไปนานผิวเคลือบจะสึกก่อนตรงจุดที่ถูกเสียดสีบ่อย จุดที่ควรส่องดูคือ
- ขอบ มุม ตะขอ และข้อต่อ ว่ามีสีเงิน สีขาว หรือสีแดงอมน้ำตาลโผล่ออกมาหรือไม่
- ผิวที่ลอกเป็นแผ่น หรือมีคราบดำ คราบเขียว
- ผิวหนังที่สัมผัสเครื่องประดับเป็นรอยเขียวหรือดำบ่อย ๆ
ทองแท้ไม่เป็นสนิม สีจึงค่อนข้างคงที่แม้ใช้มานาน แต่สีอย่างเดียวตัดสินไม่ได้ เพราะทองแท้แต่ละร้านก็มีเฉดสีต่างกันเล็กน้อย และของชุบที่ยังใหม่อาจดูไม่ต่างจากทองแท้เลย
5. ทดสอบด้วยแม่เหล็ก ใช้เป็นแค่ด่านแรก
ทองคำไม่ถูกแม่เหล็กดูด ถ้าเอาแม่เหล็กแรง ๆ ไปใกล้แล้วชิ้นงานติดชัดเจน แปลว่ามีโลหะอื่นปนอยู่มาก ควรสงสัยไว้ก่อน ยกเว้นตะขอบางแบบที่มีสปริงเหล็กอยู่ข้างใน
แต่ถ้าไม่ติดแม่เหล็ก ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นทองแท้ เพราะโลหะหลายชนิด เช่น ทองแดงและทองเหลือง ก็ไม่ติดแม่เหล็กเหมือนกัน วิธีนี้จึงคัดได้แค่ของปลอมบางแบบเท่านั้น
ทำไมไม่ควรกัด ขูด หรือหยดกรดทดสอบเอง
- กัด อาจทำให้ฟันเสียหาย ชิ้นงานบุบหรือเป็นรอย และรอยฟันก็บอกไม่ได้ว่าทองแท้หรือไม่
- ขูดหรือฝน บนกระเบื้องหรือหิน ทำให้เนื้อทองหายและผิวเสียหาย ร้านอาจหักราคาตอนขายคืน และของชุบที่เคลือบหนาก็อาจผ่านได้
- น้ำยาหรือกรดทดสอบ เป็นสารเคมีอันตราย อาจกัดผิวหนังและชิ้นงาน อ่านผลผิดได้ง่ายถ้าไม่มีประสบการณ์ และทดสอบได้แค่ผิวด้านนอก
สรุปวิธีตรวจแต่ละแบบ
| วิธี | ทำเองได้ไหม | บอกอะไรได้ |
|---|---|---|
| ดูตราและเปอร์เซ็นต์ | ได้ | คัดของที่ไม่มีตราออก แต่ตราปลอมได้ |
| ตรวจใบรับประกัน | ได้ | ยืนยันแหล่งที่มา ถ้าข้อมูลตรงกับชิ้นงาน |
| ชั่งน้ำหนัก | ให้ร้านชั่ง | จับของที่เบาผิดปกติ |
| ดูรอยสึก | ได้ | จับทองชุบที่ใช้มานาน |
| แม่เหล็ก | ได้ | คัดได้แค่ของที่มีเหล็กปน |
| กัด ขูด หยดกรด | ไม่แนะนำ | เสี่ยงเสียหายและอ่านผลผิด |
| ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ | ให้ร้านหรือแล็บทำ | คำตอบที่เชื่อถือได้ |
คำตอบที่แน่นอน ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ
ถ้าสงสัยจริง ๆ ให้ร้านทองที่มีหน้าร้านและน่าเชื่อถือตรวจ บางร้านมีเครื่องมือตรวจเนื้อทองโดยไม่ทำให้ชิ้นงานเสียหาย หรือส่งห้องปฏิบัติการที่รับวิเคราะห์โลหะมีค่า ซึ่งบอกเปอร์เซ็นต์เนื้อทองได้ชัดเจน
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือซื้อจากร้านที่มีตัวตนชัดเจน รับใบรับประกันทุกครั้ง และระวังทองที่ขายถูกกว่าราคาตลาดมาก ๆ ถ้าซื้อออนไลน์ อ่านเพิ่มที่ ซื้อทองออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป วิธีเช็กเบื้องต้นยืนยันความแท้ไม่ได้ทั้งหมด หากไม่แน่ใจ ควรให้ร้านทองหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจก่อนซื้อขาย