ตลาดทอง ทองคำแท่งขายออกล่าสุด 64,800▲150

ค่ากำเหน็จคืออะไร คิดราคาซื้อและขายคืนทองรูปพรรณอย่างไร

คนที่ซื้อสร้อยหรือแหวนทองครั้งแรกมักแปลกใจว่า ทำไมจ่ายแพงกว่าราคาประกาศ แต่พอเอาไปขายคืนกลับได้เงินน้อยกว่าราคาประกาศ ส่วนต่างนี้ส่วนใหญ่มาจาก "ค่ากำเหน็จ" และวิธีรับซื้อคืนของร้าน บทความนี้อธิบายทีละขั้น พร้อมตัวอย่างตัวเลข

ค่ากำเหน็จคืออะไร

ค่ากำเหน็จคือ ค่าแรงและค่าทำ ทองรูปพรรณ ตั้งแต่หลอม ขึ้นรูป เชื่อมต่อลาย ขัดเงา จนเป็นชิ้นงานพร้อมใส่ รวมถึงค่าดำเนินการของร้าน ค่ากำเหน็จไม่ได้ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำ แต่ละร้านกำหนดเอง จึงต่างกันได้ตามลาย น้ำหนัก และร้าน

  • ลายละเอียดหรือทำยาก เช่น ลายโปร่ง ลายทำมือ ค่ากำเหน็จสูงกว่าลายเรียบ
  • ชิ้นเล็ก เช่น ครึ่งสลึงหรือ 1 สลึง ค่ากำเหน็จต่อน้ำหนักทองจะสูงกว่าชิ้นใหญ่ เพราะงานทำใกล้เคียงกันแต่เนื้อทองน้อยกว่า
  • ทองคำแท่ง ไม่มีค่ากำเหน็จแบบทองรูปพรรณ ส่วนต่างหลักคือราคารับซื้อกับราคาขายออก

ตอนซื้อ: จ่ายเท่าไร

ราคาที่จ่ายจริงสำหรับทองรูปพรรณ โดยหลักคือ

ราคาขายออกทองรูปพรรณ × น้ำหนัก + ค่ากำเหน็จ

ทองรูปพรรณมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิดจากส่วนต่างราคา ร้านส่วนใหญ่แสดงราคาที่รวมภาษีแล้ว แต่ควรถามร้านให้ชัดก่อนจ่าย รายละเอียดเรื่องภาษีอ่านได้ที่ ซื้อ-ขายทองอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ

ตอนขายคืน: ได้เท่าไร

เวลาขายคืน ร้านจะชั่งน้ำหนักจริง แล้วอ้างอิงราคารับซื้อตามประกาศของวันนั้น บางร้านหักเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์หรือเป็นจำนวนบาทตามนโยบายร้านและสภาพสินค้า สิ่งที่ต้องรู้คือ ค่ากำเหน็จที่จ่ายไปตอนซื้อ จะไม่ได้คืน ร้านรับซื้อคิดเฉพาะเนื้อทอง

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น

สมมติซื้อสร้อยทองรูปพรรณ 1 บาท ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมติ ใช้เพื่อดูวิธีคิด

  1. ราคาขายออกทองรูปพรรณ 60,800 บาท ค่ากำเหน็จ 800 บาท → จ่าย 61,600 บาท
  2. วันเดียวกัน ราคาไม่เปลี่ยน นำไปขายคืน ร้านเสนอรับซื้อ 58,600 บาท
  3. ส่วนต่าง 61,600 − 58,600 = 3,000 บาท คิดเป็นราว 4.9% ของเงินที่จ่าย

แปลว่าราคาทองต้องขึ้นประมาณ 5% ก่อน จึงจะขายคืนแล้วไม่ขาดทุน ทองรูปพรรณจึงเหมาะกับการซื้อเพื่อใส่หรือเก็บระยะยาว ถ้าต้องการซื้อขายระยะสั้นตามราคา ทองคำแท่งมีส่วนต่างน้อยกว่า

ลองใส่ตัวเลขจริงของคุณได้ที่ เครื่องคำนวณราคาทอง ใส่น้ำหนักและค่ากำเหน็จ ระบบจะคิดราคาซื้อและราคาขายคืนโดยประมาณจากประกาศล่าสุดให้

เช็กลิสต์ก่อนซื้อทองรูปพรรณ

  • ถามค่ากำเหน็จเป็นตัวเลขชัดเจน และเทียบลายเดียวกันจากหลายร้าน
  • ถามเงื่อนไขรับซื้อคืนตั้งแต่ตอนซื้อ เช่น หักกี่บาทหรือกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องใช้ใบรับประกันไหม
  • ดูตราร้านและเปอร์เซ็นต์ทองบนชิ้นงาน
  • เก็บใบรับประกันไว้ ขายคืนร้านเดิมมักได้เงื่อนไขดีกว่า
  • ถ้าซื้อชิ้นเล็กหลายชิ้น ลองเทียบกับการซื้อชิ้นใหญ่ชิ้นเดียว ค่ากำเหน็จรวมอาจต่างกันมาก

อ่านต่อ