จำนำทองหรือขายทองดี เทียบเงินที่ได้ ดอกเบี้ย และความเสี่ยง
เวลาต้องใช้เงินกะทันหัน ทองที่เก็บไว้มักเป็นทางออกแรกที่นึกถึง จะ "จำนำ" แล้วค่อยไถ่คืน หรือ "ขาย" ไปเลยดี สองทางนี้ได้เงินไม่เท่ากัน ต้นทุนและความเสี่ยงก็ต่างกัน บทความนี้อธิบายทีละเรื่อง พร้อมตัวอย่างตัวเลข
จำนำกับขาย ต่างกันตรงไหน
ขายทอง คือส่งมอบทองให้ร้านแล้วรับเงินตามราคารับซื้อของวันนั้น จบในครั้งเดียว ไม่มีภาระต่อ
จำนำทอง คือนำทองไปวางเป็นประกันเพื่อกู้เงิน ถ้านำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาคืนภายในกำหนด ก็ไถ่ทองชิ้นเดิมกลับมาได้ หลักฐานสำคัญคือ "ตั๋วจำนำ" ที่ระบุรายละเอียดทอง น้ำหนัก จำนวนเงิน และวันครบกำหนด
บางร้านเสนอเป็น "ขายฝาก" ซึ่งเป็นสัญญาคนละแบบกับการจำนำ ควรถามให้ชัดและอ่านสัญญาก่อนเซ็นทุกครั้ง
วงเงินจำนำ เทียบกับราคารับซื้อ
ผู้รับจำนำจะชั่งน้ำหนัก ตรวจเนื้อทอง แล้วให้วงเงินโดยดูราคารับซื้อของวันนั้น แต่วงเงินจำนำมักต่ำกว่าเงินที่จะได้ถ้าขาย เพราะต้องเผื่อกรณีราคาทองลดลงระหว่างที่ยังไม่มีการไถ่ แต่ละแห่งให้สัดส่วนไม่เท่ากัน ถ้าต้องการเงินแค่บางส่วน หลายแห่งให้ขอรับน้อยกว่าวงเงินสูงสุดได้ ดอกเบี้ยก็จะน้อยลงตาม
ดอกเบี้ยจำนำคิดอย่างไร
กฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำกำหนดเพดานดอกเบี้ยรายเดือนไว้ 2 ขั้น
- เงินต้นส่วนที่ไม่เกิน 2,000 บาท ไม่เกิน 2% ต่อเดือน
- เงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาท ไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน
นี่คือ "เพดานสูงสุด" ไม่ใช่อัตราที่ทุกแห่งต้องเก็บ สถานธนานุบาลและโรงรับจำนำของรัฐมักคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าโรงรับจำนำเอกชน อัตราจริงและวิธีนับวันควรถามให้ชัดก่อนจำนำ และดูให้ตรงกับที่เขียนในตั๋ว
ระยะเวลาไถ่คืน และถ้าไม่ไถ่จะเป็นอย่างไร
ตามกฎหมายโรงรับจำนำ ระยะเวลาไถ่คืนทั่วไปคือ 4 เดือน และผ่อนผันต่อได้อีก 30 วัน ถ้าพ้นกำหนดแล้วยังไม่ไถ่ และไม่ได้ตกลงขยายเวลาไว้ ทองจะ "หลุดจำนำ" เราเสียสิทธิไถ่คืน แม้ราคาทองตอนนั้นจะสูงกว่าเงินที่กู้มามากก็ตาม
หลายแห่งให้ "ต่อดอก" คือจ่ายดอกเบี้ยที่ค้างเพื่อขยายเวลาออกไป เงื่อนไขขึ้นกับแต่ละที่ ควรจดวันครบกำหนดไว้ หรือตั้งเตือนในโทรศัพท์
ตัวอย่างคิดเงิน: จำนำ 3 เดือน เทียบกับขาย
สมมติมีสร้อยทองรูปพรรณหนัก 1 บาท ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็นตัวเลขสมมติ ใช้ดูวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริง
- ถ้าขาย: ร้านรับซื้อ 58,000 บาท ได้เงินทันที
- ถ้าจำนำ: ได้วงเงิน 40,000 บาท ดอกเบี้ยที่เพดานสูงสุด = (2,000 × 2%) + (38,000 × 1.25%) = 40 + 475 = 515 บาทต่อเดือน
- ไถ่คืนเมื่อครบ 3 เดือน จ่าย 40,000 + (515 × 3) = 41,545 บาท ได้สร้อยเส้นเดิมกลับมา
ถ้าขายไปแล้ว อีก 3 เดือนอยากได้สร้อยแบบเดิมคืน สมมติราคาทองเท่าเดิม ร้านขาย 60,500 บาท บวกค่ากำเหน็จ 800 บาท เท่ากับจ่ายมากกว่าเงินที่ได้ตอนขาย 3,300 บาท สูงกว่าดอกเบี้ย 3 เดือน (1,545 บาท) กรณีนี้จำนำจึงประหยัดกว่า (อ่านเรื่อง ค่ากำเหน็จ) แต่การขายได้เงินมากกว่า (58,000 เทียบกับ 40,000 บาท) และไม่มีดอกเบี้ยหรือวันครบกำหนดให้กังวล
ความเสี่ยงของแต่ละทาง
| เรื่อง | จำนำ | ขาย |
|---|---|---|
| เงินที่ได้ | ต่ำกว่าราคารับซื้อ | ตามราคารับซื้อของวันนั้น |
| ต้นทุน | ดอกเบี้ยทุกเดือน | ไม่มีดอกเบี้ย |
| ได้ทองคืนไหม | ได้ ถ้าไถ่ทันกำหนด | ไม่ได้ |
| ถ้าราคาทองขึ้น | ได้ประโยชน์เมื่อไถ่คืน | ไม่ได้ประโยชน์ |
| ถ้าราคาทองลง | ยังต้องคืนเงินเต็มจำนวน | ไม่กระทบแล้ว |
| ความเสี่ยงหลัก | ไม่มีเงินไถ่ ทองหลุด | อยากซื้อคืนภายหลังแต่ต้องจ่ายแพงกว่า |
ระวังดอกเบี้ยสะสม ในตัวอย่างข้างบน ถ้าต่อดอกไปถึงเดือนที่ 7 ดอกเบี้ยรวมจะเกิน 3,300 บาท แพงกว่าการขายแล้วซื้อใหม่
เลือกแบบไหนดี
- จำนำ เหมาะกับคนที่ต้องการเงินช่วงสั้น มีแผนชัดว่าจะไถ่คืนเมื่อไร และอยากเก็บทองชิ้นนั้นไว้ เช่น ทองรูปพรรณที่จ่ายค่ากำเหน็จไปแล้ว
- ขาย เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการทองคืน หรือยังไม่รู้ว่าจะมีเงินไถ่เมื่อไร
เช็กลิสต์ก่อนจำนำ
- เตรียมบัตรประชาชน และใบรับประกันทองถ้ามี
- ถามอัตราดอกเบี้ย วิธีนับวัน และเงื่อนไขต่อดอกให้ชัด
- ตรวจตั๋วจำนำว่าน้ำหนัก จำนวนเงิน และวันครบกำหนดถูกต้อง แล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
- เทียบเงื่อนไขอย่างน้อย 2 แห่ง และเลือกที่มีหน้าร้านชัดเจน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือทางกฎหมาย อัตราดอกเบี้ย วงเงิน และเงื่อนไขจริงขึ้นกับแต่ละแห่ง ควรยืนยันกับผู้รับจำนำโดยตรง